สุราผสมสมุนไพร (ยาดอง)

สุราเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพ การบริโภคอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพอนามัย และศีลธรรมอันดี
ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม และเป็นต้นทุนทางสังคมที่รัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการรักษาพยาบาล กรมสรรพสามิตจึงต้องควบคุมดูแลและจัดเก็บภาษี
นับแต่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนโดยการส่งเสริมการทำสุราแช่พื้นเมือง และสุรากลั่นชุมชนชนิดสุราขาว เพื่อการพัฒนาผลผลิตจากภูมิปัญญาท้องถิ่นฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างรายได้แก่ชุมชน ตลอดจนสนับสนุนสิทธิพื้นฐานและเสรีภาพในการประกอบอาชีพของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ
ปัจจุบันในเขตพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีผู้ได้รับอนุญาตให้ทำและขายสุรากลั่นชุมชน ชนิดสุราขาว ไม่เกิน 40 ดีกรี จำนวน 15 ราย แต่สุราที่ทำมีผู้นิยมในวงจำกัด ทำให้ผู้ขายสุราบางรายคิดกลยุทธ์ทางการตลาดขึ้นใหม่โดยนำสุราขาวมาผสมกับยาดองหรือสมุนไพรต่าง ๆ เป็นสุราผสมชนิดใหม่ที่มีรสชาติแปลกใหม่ พร้อมประชาสัมพันธ์ว่ามีสรรพคุณในการบำรุงรักษาสุขภาพและทำให้เกิดความกระชุ่มกระชวย ส่งผลให้มีลูกค้าคอสุราหันมานิยมบริโภคสุราเหล่านี้เพิ่มขึ้น

สรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี ขอชี้แจงว่ากรณีที่ ร้านขายสุรานำสุราขาวมาผสมกับยาดองหรือสมุนไพร ต่างๆ และจำหน่ายให้กับผู้บริโภค นอกจากมีความผิด ตามกฎหมายแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เพราะร้านขายสุราบางรายนำสุราขาวที่เป็นสุรามิชอบ ด้วยกฎหมาย(ไม่เสียภาษีและไม่ผ่านการตรวจวิเคราะห์) ซึ่งอาจมีสารพิษเจือปนอยู่เกินกว่ามาตรฐานกำหนด
การทำ และขาย หรือครอบครองสุรา ที่มิชอบด้วยกฎหมาย(สุราเถื่อน)มีความผิดต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรีจึงมีความจำเป็นต้องออกประกาศชี้แจงให้ ผู้รับใบอนุญาตขายสุรา และประชาชนทั่วไปทราบ

ข่าว/ประกาศ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี

 

ประกาศ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี
เรื่อง ให้งดการขายสุราผสมสิ่งเจือปน
ด้วยปรากฏว่ามีร้านขายสุราได้นำสุราขาวมาผสมยาดองสมุนไพรต่างๆเพื่อขายให้กับประชาชนดื่มกินใน
รูปแบบต่างๆ โดยอ้างสรรพคุณในการบำรุงรักษาสุขภาพ และอนุรักษ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นทำให้เป็นที่นิยม แพร่หลายสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี ขอประกาศ ให้ทราบว่าการกระทำ ดังกล่าว เป็นความ ผิดตาม พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 มีความผิดต้องระวางโทษตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่สรรพสามิต ต้องดำเนินการกวดขันจับกุมผู้กระทำผิด

ประกาศ ณ วันที่ มิถุนายน พ.ศ. 2547

ณรงค์ ศรีวณิชชากร
(นายณรงค์ ศรีวณิชชากร)
สรรพสามิตพื้นที่กาญจนบุรี

การขอใบอนุญาตผลิตและจำหน่าย เอทานอล(สุรา) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง
1. กรณีเป็นโรงงานสุราที่ตั้งขึ้นใหม่
  1.1 ให้ยื่นเอกสารหลักฐานดังนี้ ณ กรมสรรพสามิต หรือ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ที่โรงงาน สุราตั้งอยู่
    1.1.1 สำเนาหนังสืออนุญาตให้ตั้งโรงงานทำเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงที่คณะกรรมการเอทานอลแห่งชาติออกให้
1.1.2 สำเนาคำขอรับใบอนุญาติ (แบบ ร.ง.3) (ประกอบกิจการโรงงาน) พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องท้ายแบบ ตามที่ได้ยื่นขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
1.1.3 กรรมวิธีการทำเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างละเอียด
1.1.4 สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่ทางการออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
  ทั้งนี้ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จะส่งเอกสารหลักฐานข้างต้น พร้อมกับบันทึกผลการตรวจสถานที่ตั้งโรงงานสุราและความเห็น ให้กรมสรรพสามิตภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง
  1.2 กำหนดเวลาการยื่นให้ผู้รับอนุญาตยื่นเอกสารตามข้อ 1.1 ก่อนเริ่มทำการก่อสร้างโรงงานสุรา เนื่องจากกรมสรรพสามิตจะต้องใช้เวลาช่วงหนึ่ง
พิจารณากำหนดจุดสถานที่ตั้งที่ทำการและบ้านพักอาศัยของเจ้าพนักงานสรรพสามิตผู้ควบคุมโรงงาน ซึ่งต้องอยู่ภายในบริเวณโรงงานสุรา ทั้งนี้ ผู้รับอนุญาตต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการก่อสร้างสถานที่ดังกล่าวตามกรมสรรพสามิกำหนด
  1.3 เมื่อก่อสร้างโรงงานสุราและติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนทำสุราผู้รับอนุญาตต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตทำสุรา ใบอนุญาตให้ทำเชื้อสุรา
สำหรับใช้ในโรงงานสุรา ใบอนุญาตขายสุราประเภทที่ 2 (ขายสุราครั้งหนึ่งตั้งแต่สิบลิตรขึ้นไป) ต่อกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ที่โรงงานสุราตั้งอยู่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันทำการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตไปตรวจสอบความถูกต้อง และความพร้อมในการผลิตเอทานอล เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ตลอดจนสถานที่ตั้งที่ทำการและบ้านพักอาศัยของเจ้าพนักงานสรรพสามิตผู้ควบคุมโรงงาน เมื่อกรมสรรพสามิตเห็นว่าถูกต้องแล้ว ผู้รับอนุญาตต้องทำสัญญาการทำและขายส่งเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงกับกรมสรรพสามิตก่อน กรมสรรพสามิตจึงจะออกใบอนุญาตให้
.......1.4 ผู้รับอนุญาตต้องปฎิบัติตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2493 และตามระเบียบควบคุมโรงงานสุราที่กรมสรรพสามิตกำหนด
2. กรณีเป็นโรงงานสุราที่ผลิตสุราอยู่เดิม
  2.1 ให้ยื่นเรื่องขออนุญาตเพิ่มวัตถุประสงค์การผลิตและจำหน่วยเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในสัญญาเดิม ณ กรมสรรพสามิต หรือ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
ที่โรงงานสุราตั้งอยู่โดยแนบสำเนาหนังสือนุญาตให้ตั้งโรงงานทำเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ที่คณะกรรมการเอทานอลแห่งชาติออกให้ และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล ที่ทางการออกให้ไม่เกิน 6 เดือน
  2.2 เมื่อได้รับอนุญาตตาม 2.1 ให้ยื่นเรื่องขออนุญาตเปลี่ยนแปลงแบบแปลนแผนผังโรงงานสุราพร้อมเอกสารหลักฐานดังนี้ ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงงานสุราตั้งอยู่
   
2.2.1 สำเนาคำขอรับในอนุญาต (แบบ ร.ง.3) (ขยายโรรงาน) พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องท้ายแบบ ตามที่ได้ยื่นขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
2.2.2 กรรมวิธีการทำเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างละเอียด
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จะส่งเอกสารหลักฐานข้างต้น พร้อมกับบันทึกผลการตรวจสถานที่ผลิตเอทานอลและความเห็น ให้กรมสรรพสามิตภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง
  2.3 กำหนดเวลาการยื่น ให้ผู้รับอนุญาตยื่นเอกสารตามข้อ 2.2 ก่อนเริ่มทำการก่อสร้างโรงงานเพิ่มเติม
2.4 เมื่อก่อสร้างโรงงานสุราและติดตั้งเครื่องจักร อุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนทำสุราผู้รับอนุญาตยื่นเรื่องต่อกรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ ที่โรงงานสุราตั้งอยู่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันทำการ เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตไปตรวจสอบความถูกต้อง และความพร้อมในการผลิตเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง เมื่อกรมสรรพสามิตเห็นว่าถูกต้องแล้ว ผู้รับอนุญาตต้องทำสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ การทำและขายส่งเอทานอลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงกับกรมสรรพสามิตด้วย
หน้าหลัก